การระงับข้อพิพาทที่นำไปสู่ประโยชน์สูงสุดของลูกความ

การระงับข้อพิพาทที่นำไปสู่ประโยชน์สูงสุดของลูกความ (Dispute Resolutions conduce to utmost eventuation of client.)

ในโลกปัจจุบันซึ่งเป็นยุคที่สังคมถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง เราจะพบว่าทุกสิ่งรอบตัวเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตลอดเวลา ในทุกเช้าที่เราตื่นขึ้นมาก็มักจะพบเรื่องน่าประหลาดใจอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม และเทคโนโลยีในด้านต่างๆ ที่ล้วนมีผลกระทบในชีวิตประจำวันเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคสมัยนี้ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งทางการค้าและการลงทุนในระดับสากลต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อาทิ การทำธุรกรรมทางการเงินและการพัฒนารูปแบบหรือลักษณะของธุรกิจในเชิงพาณิชย์โดยอาศัยนวัตกรรมใหม่ๆ ฯลฯ

ในระยะหลังนี้ ปัจจัยทั้งหมดข้างต้นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในทางเศรษฐกิจของไทยอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการส่งเสริมการประกอบกิจการหรือการลงทุนโดยหน่วยงานของรัฐ ผ่านแนวนโยบายในทางเศรษฐกิจและสังคมของของรัฐเอง

จากที่กล่าวมาข้างต้น เราจึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในยุคสมัยที่โลกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ต้องปรับตัวให้เท่าทันต่อสภาวการณ์ของโลกในปัจจุบันเสมอ อีกทั้งยังต้องอาศัย‘ความแม่นยำ และความรวดเร็ว’ในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาต่างๆอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในแง่ของภาคเอกชนผู้ประกอบธุรกิจซึ่งอาจต้องพบเจอกับปัญหาความขัดแย้งในหลายแง่มุม ซึ่งความขัดแย้งเช่นว่านี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ข้อพิพาทอันเกิดจากข้อสัญญาทางธุรกิจ หรือการลอกเลียนนวัตกรรมซึ่งเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดข้อขัดแย้งทางกฎหมายหรือข้อพิพาททางธุรกิจขึ้นแล้ว หากไม่ดำเนินแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมและทันท่วงทีก็อาจทำให้เกิดความเสียหายและส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมหาศาล

ดังนั้น การระงับข้อพิพาทที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพก็จะเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจต่างๆสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งในปัจจุบันการระงับข้อพิพาทในระดับสากล สามารถจำแนกได้ 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่

ประเภทแรกคือ การดำเนินคดีในศาล (Litigation) ซึ่งถือว่าเป็นการระงับข้อพิพาทกระแสหลัก และ
ประเภทที่สองคือ การระงับข้อพิพาททางเลือก (Alternative Dispute Resolution; ADR) ซึ่งได้แก่ การเจรจา (Negotiation), การไกล่เกลี่ย (Mediation), การประนีประนอมข้อพิพาท(Conciliation) และการใช้กระบวนการอนุญาโตตุลาการ (Arbitration)

ท่ามกลางโลกยุค 4.0 และความขัดแย้งทางธุรกิจดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นนั้น การระงับข้อพิพาทโดยวิธีการต่างๆ เพื่อให้บรรลุซึ่งผลประโยชน์สูงสุดจำเป็นต้องมีทีมทนายความผู้ให้บริการทางด้านกฎหมายที่มีคุณภาพและสามารถเป็นที่ไว้วางใจได้ และข้อสำคัญก็คือทีมทนายความผู้ให้บริการทางด้านกฎหมายเหล่านั้นก็ควรจะเป็นผู้ที่มีความรอบรู้และมีความรอบคอบในการระงับข้อพิพาท ตลอดจนการดำเนินอรรถคดีต่างๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับบริการทางด้านกฎหมายเอง และเพื่อจัดการข้อพิพาทที่เกิดขึ้นให้ยุติลงได้อย่างรวดเร็วที่สุด มีประสิทธิผลที่สุด และรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณีไว้ให้ได้มากที่สุด

บริษัท ลีกัล สปิริต จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญในหน้าที่ของการให้บริการทางกฎหมายและการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุค 4.0 นี้เป็นอย่างดี เราจึงมีทีมทนายความซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ในด้านการระงับข้อพิพาททุกประเภทที่พร้อมให้บริการทางด้านกฎหมายแก่ทุกท่าน โดยในด้านการฟ้องร้องคดี (Litigation) เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการวางกลยุทธ์และกำหนดยุทธศาสตร์การต่อสู้คดีให้กับลูกความจนประสบความสำเร็จในหลายๆคดี และนอกจากการระงับข้อพิพาทกระแสหลักโดยวิธีการฟ้องร้องคดีแล้ว เราก็ยังมีความเชี่ยวชาญในการระงับข้อพิพาททางเลือก (Alternative Dispute Resolution - ADR) อีกด้วย รวมทั้งมีความสามารถด้านภาษาต่างประเทศในการให้บริการกับลูกความชาวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้นเรายังหมั่นศึกษาพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายและเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อนำมาปรับใช้กับกรณีพิพาททางธุรกิจอยู่เสมอ

ยิ่งกว่านั้น แม้ว่าองค์กรของเราจะพัฒนาบริการทางด้านกฎหมายเพื่อให้เท่าทันต่อสภาวการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเพียงใดก็ตาม แต่สิ่งที่เรายังยึดถือและปฏิบัติตามอย่างไม่แปรผันนับแต่วันแรกที่เริ่มให้บริการทางกฎหมายมาจนถึงทุกวันนี้ ก็คือการให้บริการด้านกฎหมายภายใต้คุณค่าในการบริการ (Core Value) ขององค์กร คือ “การมีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา มีประสิทธิภาพ และเป็นที่ไว้วางใจได้เสมอ”

ทั้งนี้ สิ่งที่บ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญในการระงับข้อพิพาท (Dispute Resolution) รวมถึงแสดงความใส่ใจแก่ผู้รับบริการทางด้านกฎหมายจากเรานั้น ได้ถูกสะท้อนผ่านผลงานต่างๆ อย่างมากมายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อาทิ การฟ้องร้องคดีทางธุรกิจ, คดีทางการเงินซึ่งมีมูลค่าหลักหมื่นล้านบาท, คดีปกครอง, คดีล้มละลาย, การระงับข้อพิพาททางเลือก (Alternative Dispute Resolution - ADR), คดีการค้าระหว่างประเทศ, การระงับข้อพิพาทโดยกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ รายละเอียดปรากฏตามคดีตัวอย่างบางส่วนที่บริษัทได้มีโอกาสให้บริการทางด้านกฎหมายดังต่อไปนี้
  • เป็นตัวแทนของกรรมการบริษัทในการดำเนินการต่อสู้คดีที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทระหว่างกรรมการของบริษัทด้วยกันเองและบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ในคดียักยอกทรัพย์ทางธุรกิจที่มีมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท
  • เป็นตัวแทนให้กับบริษัทสิ่งทอชั้นนำหนึ่งในสามของประเทศไทย ในคดีแพ่งซึ่งทุนทรัพย์ในคดีมีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท
  • เป็นตัวแทนให้กับลูกความซึ่งเป็นบริษัทผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ซึ่งได้เข้าประมูลงานกับหน่วยงานของรัฐ โดยมีมูลค่าโครงการเป็นจำนวนเงิน 2,000 ล้านบาทซึ่งได้ฟ้องคดีหน่วยงานของรัฐต่อศาลปกครองในกรณีที่ลูกความถูกหน่วยงานของรัฐออกคำสั่งทางปกครองมิชอบด้วยกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ลูกความ
  • เป็นตัวแทนให้กับลูกความที่เป็นบริษัทผู้นำเข้าแร่ไทเทเนียมจากประเทศจีนในการเจรจาไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทก่อนการฟ้องคดีต่อศาล ซึ่งในที่สุดได้ทำการ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจนเป็นพอใจของทั้งสองฝ่าย
  • เป็นตัวแทนให้กับบริษัทประกอบธุรกิจพลังงานขนาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีในศาลการค้าระหว่างประเทศในคดีที่พิพาทเกี่ยวกับการผิดสัญญาทางการค้าบริษัทผู้ผลิตสินค้าในประเทศมาเลเซีย
  • เป็นตัวแทนให้กับลูกความที่เป็นบริษัทชั้นนำผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อดำเนินคดีเรียกร้องค่าสินค้าจากหน่วยงานรัฐบาลของประเทศแถบเอเชียใต้และดำเนินการในกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ
นอกจากคดีตัวอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ก็ยังมีคดีอีกมากมายที่ทางเราได้มีโอกาสรับใช้และให้บริการทางด้านกฎหมายแก่ผู้รับบริการอย่างเต็มความสามารถ โดยมีประเภทคดีและระดับความซับซ้อนที่ต่างกันไป แต่ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดก็ดี เราก็พร้อมที่จะให้บริการทางด้านกฎหมายด้วยทีมงานที่มากด้วยประสบการณ์ มีความรอบรู้ รอบคอบ ให้บริการอย่างเต็มความสามารถ และเป็นที่ไว้วางใจได้เสมอ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับบริการทางกฎหมายทุกท่าน